Facebook Attribution Window คืออะไร? วิธีอ่านยอด Conversion และตั้งค่าการวัดผล Facebook Ads ปี 2026
เคยไหม? เปิด Facebook Ads Manager แล้วพบว่าโฆษณามียอดซื้อหลายรายการ แต่เมื่อเข้าไปตรวจสอบในระบบร้านค้ากลับพบจำนวนคำสั่งซื้อไม่เท่ากัน หรือบางครั้งเมื่อเปลี่ยนช่วงเวลาการรายงาน ตัวเลข Conversion และ ROAS ก็เปลี่ยนไป ทั้งที่ยอดขายจริงไม่ได้เปลี่ยนตาม
หนึ่งในสิ่งที่ควรทำความเข้าใจคือ Facebook Attribution Window หรือช่วงเวลาที่ระบบใช้พิจารณาว่าควรนับ Conversion ให้กับโฆษณาหรือไม่ แนวคิดนี้มีผลต่อการอ่านรายงาน Facebook Ads การเปรียบเทียบแคมเปญ และการประเมินผลลัพธ์จากค่าโฆษณา
บทความนี้จะอธิบายว่า Attribution Window คืออะไร ความแตกต่างระหว่าง 1-day click กับ 7-day click คืออะไร เหตุใดยอดขายใน Ads Manager จึงอาจไม่ตรงกับระบบร้านค้า และควรตรวจสอบข้อมูลอย่างไรให้เข้าใจผลลัพธ์ได้ชัดเจนขึ้นในปี 2026
Facebook Attribution Window คืออะไร?
Attribution Window คือช่วงเวลาที่ใช้พิจารณาว่า Conversion ที่เกิดขึ้นหลังจากผู้ใช้งานคลิกหรือเห็นโฆษณา ควรถูกนับเป็นผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องกับโฆษณานั้นหรือไม่
ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้งานเห็นโฆษณาสินค้าชิ้นหนึ่ง จากนั้นคลิกเข้าเว็บไซต์และกลับมาซื้อสินค้าในภายหลัง ระบบจะพิจารณาเงื่อนไขการระบุที่มาของ Conversion ตาม Attribution Setting ที่กำหนดไว้และข้อมูลที่ระบบสามารถวัดผลได้
หาก Conversion เกิดขึ้นภายในช่วงเวลาที่เข้าเงื่อนไข ก็อาจถูกนับเป็นผลลัพธ์ของโฆษณา แต่หากเกิดนอกช่วงเวลาที่กำหนด Conversion นั้นอาจไม่ถูกรวมอยู่ในรายงานของโฆษณาตามการตั้งค่านั้น
สิ่งสำคัญคือ Attribution ไม่ได้ยืนยันว่าโฆษณาเป็นสาเหตุเดียวที่ทำให้เกิดยอดขาย แต่เป็นวิธีระบุเครดิตให้กับช่องทางหรือการโต้ตอบตามกติกาการวัดผลที่เลือกใช้
Attribution Window สำคัญกับการยิงแอด Facebook อย่างไร?
Attribution Window ช่วยกำหนดกรอบการอ่านผลลัพธ์จากโฆษณา โดยเฉพาะแคมเปญที่ต้องการ Conversion เช่น การซื้อสินค้า การลงทะเบียน หรือการส่งแบบฟอร์ม
หากไม่เข้าใจช่วงเวลาการนับ Conversion อาจทำให้เกิดการตีความข้อมูลผิดพลาดได้ เช่น
- คิดว่าแคมเปญหนึ่งสร้างยอดขายได้น้อยกว่า ทั้งที่ใช้ช่วงเวลาการนับ Conversion ต่างกัน
- เข้าใจว่า ROAS ลดลง ทั้งที่ส่วนหนึ่งเกิดจากการเปลี่ยน Attribution Setting
- เปรียบเทียบยอดซื้อใน Ads Manager กับระบบคำสั่งซื้อโดยไม่ตรวจสอบนิยามของข้อมูล
- ปิดแคมเปญเร็วเกินไป เพราะยังไม่เข้าใจระยะเวลาที่ลูกค้าใช้ตัดสินใจซื้อ
- รายงานผลโฆษณาให้ทีมงานหรือลูกค้าโดยไม่ได้ระบุวิธีนับ Conversion
การอ่านผลลัพธ์อย่างถูกต้องจึงควรระบุทั้งช่วงวันที่รายงาน Attribution Setting และแหล่งข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบยอดขาย
1-day click คืออะไร?
1-day click หมายถึงการนับ Conversion ที่เกิดขึ้นภายในช่วงเวลาหนึ่งวันหลังจากผู้ใช้งานคลิกโฆษณา ตามนิยามและเงื่อนไขของระบบที่ใช้วัดผล
ตัวอย่างเช่น
- วันจันทร์ เวลา 10.00 น. ลูกค้าคลิกโฆษณา
- วันจันทร์ เวลา 15.00 น. ลูกค้ากลับมาซื้อสินค้า
- Conversion อาจถูกนับภายใต้กรอบ 1-day click หากเข้าเงื่อนไขอื่นที่เกี่ยวข้อง
ในทางกลับกัน หากลูกค้าคลิกโฆษณาแล้วกลับมาซื้อหลังจากผ่านช่วงเวลาที่กำหนด Conversion นั้นอาจไม่ถูกนับภายใต้ 1-day click
การใช้ช่วงเวลาแบบนี้ทำให้รายงานเน้น Conversion ที่เกิดขึ้นใกล้กับเวลาคลิกมากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับทุกธุรกิจหรือทุกกระบวนการซื้อโดยอัตโนมัติ
7-day click คืออะไร?
7-day click หมายถึงการพิจารณา Conversion ที่เกิดขึ้นภายในเจ็ดวันหลังจากผู้ใช้งานคลิกโฆษณา ภายใต้เงื่อนไขของ Attribution Setting ที่ใช้งาน
ตัวอย่างเช่น
- วันจันทร์ ลูกค้าคลิกโฆษณาเพื่อดูรายละเอียดสินค้า
- วันพุธ ลูกค้ากลับมาเปรียบเทียบราคา
- วันเสาร์ ลูกค้าตัดสินใจสั่งซื้อ
หากการซื้อเกิดขึ้นภายในช่วงเวลาที่กำหนดและระบบมีข้อมูลที่เข้าเงื่อนไข Conversion ดังกล่าวอาจถูกนับภายใต้ 7-day click
ช่วงเวลาที่กว้างขึ้นอาจช่วยให้รายงานครอบคลุมการตัดสินใจซื้อที่ใช้เวลานานกว่า แต่ก็ทำให้ต้องพิจารณาเรื่องการตีความเครดิตของโฆษณาอย่างระมัดระวังเช่นกัน
Click-through กับ View-through ต่างกันอย่างไร?
Attribution ของโฆษณาอาจพิจารณาการคลิกหรือการเห็นโฆษณา โดยรายละเอียดขึ้นอยู่กับ Attribution Setting และประเภทแคมเปญที่ใช้งาน
| ประเภท | ความหมายโดยย่อ | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| Click-through | พิจารณา Conversion หลังผู้ใช้งานคลิกโฆษณา | คลิกโฆษณาแล้วกลับมาซื้อสินค้า |
| View-through | พิจารณา Conversion หลังผู้ใช้งานเห็นโฆษณาโดยไม่ได้คลิก ตามเงื่อนไขที่กำหนด | เห็นโฆษณาแล้วเข้าเว็บไซต์ภายหลังด้วยวิธีอื่น |
| Engaged-view | ใช้กับรูปแบบโฆษณาวิดีโอหรือการมีส่วนร่วมกับวิดีโอตามเงื่อนไขที่รองรับ | รับชมวิดีโอตามเกณฑ์แล้วเกิด Conversion ภายหลัง |
การมี Conversion ที่ถูกระบุเป็น View-through ไม่ได้หมายความว่าผู้ใช้งานคลิกโฆษณา และไม่ควรนำ Click-through กับ View-through มาตีความเหมือนกันโดยไม่แยกประเภท
เมื่อวิเคราะห์รายงาน ควรดูว่า Conversion มาจากการคลิก การเห็น หรือรูปแบบการมีส่วนร่วมประเภทใด และใช้กติกาการนับแบบใดในช่วงเวลานั้น
Attribution Setting ของ Meta Ads ในปี 2026
ตัวเลือกที่แสดงใน Ads Manager อาจแตกต่างกันตามวัตถุประสงค์แคมเปญ ตำแหน่ง Conversion และการตั้งค่าที่รองรับในบัญชี ณ เวลาที่ใช้งาน จึงควรตรวจสอบตัวเลือกจริงใน Ad Set ก่อนเปลี่ยนการตั้งค่า
ในแคมเปญที่วัด Conversion บนเว็บไซต์ อาจพบตัวเลือกที่เกี่ยวข้องกับ 1-day click, 7-day click และการนับจากการเห็นโฆษณา โดยบางรูปแบบอาจรวมช่วงเวลาหลายประเภทเข้าด้วยกัน
อย่าคิดว่าทุกแคมเปญจะมีตัวเลือกเหมือนกันทั้งหมด และไม่ควรอ้างอิงภาพหน้าจอหรือคู่มือเก่าโดยไม่ตรวจสอบกับ Ads Manager เวอร์ชันที่ใช้งานจริง
หากต้องการทำความเข้าใจผลกระทบของการตั้งค่า ควรแยกสองเรื่องออกจากกัน ได้แก่
- Attribution Setting: กติกาที่ใช้ประกอบการปรับการส่งโฆษณาและการรายงาน Conversion ตามรูปแบบที่รองรับ
- Reporting Date Range: ช่วงวันที่ที่เลือกดูข้อมูลในรายงาน เช่น 7 วันล่าสุด หรือเดือนที่ผ่านมา
สองอย่างนี้ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน การเปลี่ยนช่วงวันที่รายงานไม่ได้เท่ากับการเปลี่ยน Attribution Setting
ตัวอย่าง: เปลี่ยน Attribution แล้วทำไมยอด Conversion จึงเปลี่ยน?
สมมติว่าร้านค้าใช้งบโฆษณา 3,000 บาท และระบบคำสั่งซื้อบันทึกยอดขายที่เกิดขึ้นจริงจำนวน 10 รายการ
เมื่อดูรายงานภายใต้ช่วงเวลาการนับแบบหนึ่ง Ads Manager อาจแสดง Conversion ที่เข้าเงื่อนไข 8 รายการ แต่เมื่อเปรียบเทียบด้วย Attribution Setting อีกแบบ อาจแสดง 6 รายการ
ตัวอย่างนี้เป็นเพียงตัวเลขสมมติ เพื่อแสดงให้เห็นว่า จำนวน Conversion ที่ระบบให้เครดิตอาจต่างกันได้ แม้จำนวนคำสั่งซื้อจริงจะไม่เปลี่ยน
ความแตกต่างดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าระบบคำสั่งซื้อผิดหรือ Ads Manager ผิดโดยอัตโนมัติ แต่อาจเกิดจากนิยามการนับ ช่วงเวลาที่เลือก ข้อมูลที่ระบบได้รับ หรือเงื่อนไขอื่นในการวัดผล
ทำไมยอดขายใน Ads Manager ไม่เท่ากับยอดขายจริง?
Attribution Window เป็นเพียงหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ตัวเลขไม่ตรงกัน ยังมีปัจจัยอื่นที่ควรตรวจสอบด้วย
1. ใช้ช่วงวันที่ไม่ตรงกัน
ตรวจสอบก่อนว่ารายงาน Ads Manager และระบบร้านค้าใช้วันเริ่มต้น วันสิ้นสุด และเขตเวลาเดียวกันหรือไม่ เพราะการกำหนดช่วงเวลาต่างกันอาจทำให้จำนวน Conversion ที่นำมาเปรียบเทียบไม่ตรงกัน
2. นิยาม Conversion ต่างกัน
ระบบโฆษณาอาจนับ Event ที่ได้รับและเข้าเงื่อนไข ขณะที่ระบบร้านค้านับคำสั่งซื้อที่ถูกสร้าง ชำระเงิน หรือผ่านสถานะเฉพาะ ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่ากำลังเปรียบเทียบข้อมูลประเภทเดียวกัน
3. มีคำสั่งซื้อที่ยกเลิกหรือคืนเงิน
รายงานโฆษณาอาจนับ Purchase ที่ถูกส่งเข้าระบบแล้ว ขณะที่ร้านค้าอาจมีการยกเลิกคำสั่งซื้อ คืนเงิน หรือเปลี่ยนสถานะภายหลัง จึงควรตรวจสอบยอดขายสุทธิแยกจากยอด Conversion
4. ระบบ Tracking ส่งข้อมูลไม่ครบ
หาก Pixel หรือ Conversion API ทำงานผิดพลาด Event อาจขาดหาย ซ้ำ หรือมีค่าที่ไม่ถูกต้องได้ ควรตรวจสอบการตั้งค่าและการส่ง Event ให้เหมาะสมกับเว็บไซต์
อ่านเพิ่มเติมได้จากบทความ ทำไม Pixel Facebook เก็บข้อมูลเพี้ยน? รู้จัก Conversion API (CAPI) ตัวช่วยเก็บ Data แม่นยำ 100%
5. มีข้อจำกัดด้านการวัดผล
การตั้งค่าความเป็นส่วนตัว อุปกรณ์ เบราว์เซอร์ และความพร้อมของข้อมูล อาจส่งผลต่อสิ่งที่ระบบสามารถวัดหรือระบุที่มาได้ ตัวเลขใน Ads Manager จึงไม่จำเป็นต้องตรงกับข้อมูลในระบบอื่นทุกกรณี
วิธีตรวจสอบ Attribution Window ใน Ads Manager
ตำแหน่งเมนูอาจแตกต่างกันตามวัตถุประสงค์แคมเปญและหน้าตาของระบบ แต่สามารถเริ่มตรวจสอบตามแนวทางทั่วไปดังนี้
- เปิด Meta Ads Manager
- เลือก Campaign ที่ต้องการตรวจสอบ
- เข้าไปที่ระดับ Ad Set
- ตรวจสอบส่วน Conversion และการตั้งค่าที่เกี่ยวข้อง
- มองหาหัวข้อ Attribution Setting หรือชื่อที่ใกล้เคียง
- อ่านตัวเลือกและช่วงเวลาที่แสดงอยู่ในบัญชีจริง
- บันทึกค่าที่ใช้ก่อนแก้ไข เพื่อให้เปรียบเทียบรายงานย้อนหลังได้
หากต้องการเปรียบเทียบผลลัพธ์จากหลาย Attribution Setting ให้ตรวจสอบเมนูรายงานและตัวเลือก Compare Attribution Settings หากมีให้ใช้งานในบัญชีของคุณ การเปรียบเทียบนี้ช่วยให้เห็นว่าจำนวน Conversion เปลี่ยนไปอย่างไรภายใต้กติกาการนับที่ต่างกัน
ไม่ควรเปลี่ยนการตั้งค่าเพียงเพื่อให้ตัวเลข Conversion หรือ ROAS สูงขึ้น เพราะตัวเลขที่เปลี่ยนอาจสะท้อนกติกาการวัดผลที่ต่างกัน ไม่ใช่ยอดขายจริงที่เพิ่มขึ้น
ควรเลือก 1-day click หรือ 7-day click?
ไม่มีช่วงเวลาเดียวที่เหมาะกับทุกธุรกิจ การพิจารณาควรขึ้นอยู่กับกระบวนการตัดสินใจซื้อ รูปแบบ Conversion และวัตถุประสงค์ของแคมเปญ
ธุรกิจที่ลูกค้าตัดสินใจเร็ว
หากลูกค้ามักเห็นข้อเสนอแล้วคลิกและซื้อภายในเวลาไม่นาน การดูข้อมูลภายใต้ 1-day click อาจช่วยให้เห็น Conversion ที่เกิดใกล้กับเวลาคลิกมากขึ้น แต่ควรตรวจสอบด้วยว่าช่วงเวลานี้สอดคล้องกับวิธีประเมินผลของธุรกิจหรือไม่
ธุรกิจที่ลูกค้าใช้เวลาตัดสินใจ
สินค้าที่มีราคาสูงหรือจำเป็นต้องเปรียบเทียบข้อมูล อาจมีระยะเวลาระหว่างคลิกกับซื้อหลายวัน การวิเคราะห์ภายใต้ 7-day click จึงอาจช่วยให้เห็น Conversion ที่เกิดภายหลังได้มากกว่า ทั้งนี้ต้องพิจารณาการตั้งค่าที่ระบบรองรับด้วย
ธุรกิจที่เก็บ Leads ก่อนปิดการขาย
หากลูกค้ากรอกแบบฟอร์มแล้วต้องใช้เวลาติดต่อ ติดตาม และปิดการขาย ควรแยกการวัดผล Lead ออกจากยอดขายที่เกิดภายหลัง และใช้ CRM หรือระบบบันทึกการขายช่วยติดตามผลลัพธ์ปลายทาง
หัวใจสำคัญคือเลือกวิธีวัดผลให้สอดคล้องกับกระบวนการจริง และใช้กติกาเดียวกันเมื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์ระหว่างแคมเปญ
Attribution Window ส่งผลต่อ ROAS อย่างไร?
ROAS คำนวณจากรายได้ที่ระบบนำมาวัดผลหารด้วยค่าใช้จ่ายโฆษณา หากจำนวน Conversion หรือมูลค่ารายได้ที่ระบบให้เครดิตเปลี่ยนตาม Attribution Setting ค่า ROAS ในรายงานก็อาจเปลี่ยนตามได้เช่นกัน
ตัวอย่างเช่น แคมเปญใช้งบ 2,000 บาท และมีรายได้ที่ระบบให้เครดิต 6,000 บาท ค่า ROAS เท่ากับ 3
หากรายงานภายใต้การตั้งค่าอีกแบบให้เครดิตรายได้ 4,000 บาท ค่า ROAS จะเท่ากับ 2 แม้ว่ารายได้จริงของร้านค้าอาจยังเท่าเดิม
นี่คือเหตุผลว่าทำไมเวลาเปรียบเทียบ ROAS ควรใช้ Attribution Setting และช่วงวันที่เดียวกัน รวมถึงตรวจสอบข้อมูลยอดขายจริงประกอบ
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคำนวณผลตอบแทนได้จากบทความ Facebook ROAS คืออะไร? วิธีคำนวณ ROAS และอ่านผลตอบแทนจากการยิงแอด Facebook ปี 2026
Checklist ก่อนสรุปผล Facebook Ads รายสัปดาห์
ก่อนสรุปว่าแคมเปญทำงานดีขึ้นหรือแย่ลง ให้ตรวจสอบรายการต่อไปนี้
- เลือกช่วงวันที่รายงานตรงกัน
- ตรวจสอบ Attribution Setting ที่ใช้
- แยกจำนวน Conversion ออกจากจำนวนคำสั่งซื้อจริง
- ตรวจสอบสถานะคำสั่งซื้อและการคืนเงิน
- ตรวจสอบว่า Pixel หรือ Conversion API ส่ง Event ถูกต้องหรือไม่
- เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายและรายได้ด้วยนิยามเดียวกัน
- ตรวจสอบแนวโน้มหลายวัน แทนการสรุปจากวันเดียว
- บันทึกการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าเพื่ออธิบายความแตกต่างในรายงาน
หากพบว่าตัวเลขเปลี่ยนหลังแก้ Attribution Setting ควรบันทึกวันที่เปลี่ยนและค่าก่อน–หลังให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้เข้าใจผิดว่าการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดเกิดจากประสิทธิภาพโฆษณา
Attribution Window กับ A/B Testing
เมื่อทดสอบแคมเปญหรือเปรียบเทียบ Ad Set ควรระวังไม่ให้เงื่อนไขการวัดผลแตกต่างกันโดยไม่ตั้งใจ เพราะอาจทำให้เปรียบเทียบผลลัพธ์ได้ไม่เป็นธรรม
ตัวอย่างเช่น หากแคมเปญ A ใช้ 1-day click แต่แคมเปญ B ใช้ 7-day click จำนวน Conversion ที่รายงานอาจต่างกันจากกติกาการนับ ไม่ใช่จาก Creative หรือ Audience เพียงอย่างเดียว
หากต้องการเปรียบเทียบผลลัพธ์ ควรทำให้เงื่อนไขสำคัญเหมือนกันเท่าที่ทำได้ และระบุข้อจำกัดที่ยังแตกต่างอยู่
อ่านเพิ่มเติมได้จากบทความ Facebook A/B Testing คืออะไร? วิธีทดสอบโฆษณา Facebook ให้รู้ว่าแบบไหนได้ผลดีกว่า ปี 2026
สรุป Facebook Attribution Window
Facebook Attribution Window คือกรอบเวลาที่ใช้พิจารณาว่า Conversion ควรถูกนับให้กับโฆษณาตามเงื่อนไขใด โดยตัวเลือกอย่าง 1-day click และ 7-day click มีความแตกต่างกันที่ระยะเวลาหลังการคลิกซึ่งใช้พิจารณา Conversion
การอ่านผลโฆษณาอย่างถูกต้องควรเข้าใจความแตกต่างระหว่าง Click-through, View-through และ Engaged-view รวมถึงตรวจสอบ Attribution Setting ที่ใช้งานจริง เพราะตัวเลือกอาจแตกต่างกันตามประเภทแคมเปญและการตั้งค่าที่รองรับ
หากยอด Conversion หรือ ROAS เปลี่ยนไป ควรตรวจสอบช่วงวันที่รายงาน นิยาม Conversion ระบบ Tracking และสถานะคำสั่งซื้อก่อนสรุปว่า Performance ของโฆษณาเปลี่ยนแปลง
การใช้ Attribution อย่างเข้าใจจะช่วยให้การรายงาน Facebook Ads มีความชัดเจนขึ้น เปรียบเทียบแคมเปญได้เป็นระบบ และลดความสับสนระหว่างยอดขายที่ระบบโฆษณาให้เครดิตกับยอดขายจริงของธุรกิจ
FAQ: Facebook Attribution Window
Facebook Attribution Window คืออะไร?
คือช่วงเวลาที่ใช้พิจารณาว่า Conversion ที่เกิดหลังการคลิกหรือการเห็นโฆษณาจะถูกนับเป็นผลลัพธ์ของโฆษณาหรือไม่ ตามเงื่อนไขการวัดผลที่กำหนด
1-day click กับ 7-day click ต่างกันอย่างไร?
1-day click พิจารณา Conversion ภายในหนึ่งวันหลังคลิก ส่วน 7-day click พิจารณาภายในเจ็ดวันหลังคลิก ภายใต้เงื่อนไขของระบบที่ใช้งาน
ทำไมยอดซื้อใน Ads Manager ไม่เท่ากับยอดขายจริง?
อาจเกิดจากช่วงวันที่รายงาน นิยาม Conversion Attribution Setting ข้อจำกัดการวัดผล สถานะคำสั่งซื้อ หรือปัญหาการส่ง Event ควรตรวจสอบหลายปัจจัยร่วมกัน
เปลี่ยน Attribution Setting แล้ว ROAS เปลี่ยน แปลว่ายอดขายลดลงหรือไม่?
ไม่จำเป็น เพราะการเปลี่ยนกติกาการนับอาจทำให้รายได้ที่ระบบให้เครดิตเปลี่ยนได้ แม้ยอดขายจริงจะไม่ได้เปลี่ยนตาม
ควรใช้ 1-day click หรือ 7-day click?
ขึ้นอยู่กับกระบวนการตัดสินใจซื้อและวัตถุประสงค์ของธุรกิจ ควรตรวจสอบตัวเลือกที่มีใน Ads Manager และใช้เกณฑ์ที่สอดคล้องกันเมื่อต้องเปรียบเทียบผลลัพธ์
Attribution Window เหมือนกับช่วงวันที่รายงานหรือไม่?
ไม่เหมือนกัน Attribution Setting เป็นกติกาการนับ Conversion ส่วนช่วงวันที่รายงานคือช่วงวันที่ที่เลือกดูข้อมูลในรายงาน
ควรเปรียบเทียบ Conversion จาก Ads Manager กับระบบร้านค้าอย่างไร?
ควรตรวจสอบช่วงวันที่ เขตเวลา นิยาม Conversion สถานะคำสั่งซื้อ และ Attribution Setting ให้ชัดเจนก่อนเปรียบเทียบ รวมถึงแยกยอดขายจริงออกจากยอดขายที่ระบบโฆษณาให้เครดิต
ติดตามบทความ Facebook Ads และการตลาดออนไลน์เพิ่มเติมจาก ADSLABS24HR เพื่อเรียนรู้การวิเคราะห์ Conversion, ROAS และการจัดการแคมเปญอย่างเป็นระบบ
สอบถามข้อมูลสินค้าและบริการ: LINE OA @930febsj